Blog – Premier League

สรุปภาพรวมตลาดพรีเมียรลีก ในช่วงเปิดฤดูกาล 2018-2019

สรุปภาพรวมตลาดพรีเมียรลีก ในช่วงเปิดฤดูกาล 2018-2019

ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ตลาดซื้อขายนักเตะของอังกฤษย้ายมาปิดในช่วงวันพฤหัสบดีก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะเริ่มต้นขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาก็ทำการปิดตลาดเหมือนกับลีกอื่นๆ ในยุโรปทั่วไป คือวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปีนั่นเอง แต่เนื่องจากฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนมีการเปลี่ยนกฏใหม่ ทำให้ตลาดนักเตะมาปิดกันในวันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็มีเรื่องราวน่าสนใจมากมายกับการซื้อขายนักเตะของทีมในพรีเมียร์ลีก ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นอีก 1 ฤดูกาลที่ยอดรวมการซื้อนักเตะของทีมในพรีเมียร์ลีกเกิน 1,000 ล้านปอนด์อีกครั้ง ซึ่งพวกเขามียอดรวมที่เกินมาโดยตลอดในระยะหลัง เนื่องจากการแข่งขันที่สูงขึ้น รวมถึงราคานักเตะที่แพงขึ้นด้วย นี่ขนาดว่าทางท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ไม่ได้ลงขันซื้อตัวนักเตะในรอบนี้ด้วยซ้ำ แต่ยอดรวมการซื้อนักเตะก็ยังมากกว่าลีกใหญ่ๆ ในยุโรปอยู่ใน โดยทีมที่ใช้เงินซื้อนักเตะมากที่สุดก็คือลิเวอร์พูลนั่นเอง ที่พวกเขาใช้เงินไปเกิน 170 ล้านปอนด์ แลกกับนักเตะใหม่เข้ามาสู่ถิ่นแอนฟิลด์ 4 ราย

สรุปภาพรวมตลาดพรีเมียรลีก ในช่วงเปิดฤดูกาล 2018-2019

มีเพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่ในซัมเมอร์นี้พวกเขาใช้งบไปเกิน 100 ล้านปอนด์ ซึ่งนอกจากลิเวอร์พูลแล้วก็คือฟูแล่ม ทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากแชมเปี้ยนชิปนั่นเอง ซึ่งพวกเขากลายเป็นทีมน้องใหม่ทีมแรกที่ใช้งบประมาณซื้อนักเตะตั้งแต่ฤดูกาลแรกเกิน 100 ล้านปอนด์ ซึ่งทั้งสองทีมที่ใช้งบเกิน 100 ล้านปอนด์นี้กลับถูกมองว่าไม่ได้เสียเปล่า หรือว่ามากเกินไปแต่อย่างใด แต่กลับถูกมองว่าใช้เงินซื้อนักเตะได้อย่างคุ้มค่าด้วยซ้ำ โดยลิเวอร์พูลก็ได้นักเตะในตำแหน่งที่เป็นจุดอ่อนของพวกเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ส่วนฟูแล่มก็ได้นักเตะคุณภาพดีเข้ามาเสริมทีมหลายคน

สรุปภาพรวมตลาดพรีเมียรลีก ในช่วงเปิดฤดูกาล 2018-2019

นอกจาก 2 ทีมนี้แล้วอันที่จริงก็มีทีมที่ใช้เงินเยอะ แต่ไม่ถึงหลัก 100 ล้านปอนด์ซักทีม ซึ่งมีทั้งเชลซี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงอาร์เซน่อลด้วย ที่ใช้ประมาณหลัก 70-90 ล้านปอนด์กันทั้งนั้น ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่ว่าทีมเหล่านี้ไม่มีเงินในการซื้อนักเตะแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้นักเตะที่หมายปองไว้ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งก็คงเอาไปทบกับงบในตลาดซื้อขายนักเตะในรอบหน้าแทน ซึ่งน่าจะเป็นช่วงที่มีการจับจ่ายใช้สอยกันอย่างมั่งคั่งทีเดียว โดยเฉพาะท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ที่อัดอั้นจากตลาดซื้อขายรอบนี้ แล้วอาจจะไปปล่อยแบบจัดหนักในรอบหน้าก็เป็นได้

สรุปตลาดซื้อขายทีมเวสต์แฮม

สรุปตลาดซื้อขายทีมเวสต์แฮม

หลังจากที่เดวิด มอยส์ออกจากทีมไปหลังจากจบฤดูกาล ทีม “ขุนข้อน” ก็ไปติดต่อดึงตัวมานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือชาวชิลีที่ตอนนั้นรับงานคุมทีมอยู่ในซุเปอร์ ลีกของประเทศจีนให้มาคุมทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ดแทน ซึ่งเปเยกรินี่ก็ตอบรับข้อเสนอโดยทันที ซึ่งกุนซือวัย 64 ปีมีดีกรีเคยพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาได้แล้วด้วย เมื่อฤดูกาล 2013-2014 รวมถึงแชมป์ลีก คัพอีก 2 สมัย ซึ่งการมาครั้งนี้ทำให้บอร์ดบริหารของเวสต์แฮมยอมทุ่นเงินมหาศาลเพื่อหานักเตะเข้ามาเสริมทีมตามที่เปเยกรินี่ต้องการ และสุดท้ายเบ็ดเสร็จพวกเขาเสียทรัพย์ไปในตลาดนักเตะรอบนี้ถึง 93 ล้านปอนด์เลยทีเดียว และขายนักเตะออกไปได้ราคาเพียงคนเดียวคือเชกู คูยาเต้ กองกลางตัวรับทีมชาติเซเนกัลชุดฟุตบอลโลกที่ผ่านมาไปให้กับคริสตัล พาเลซ ด้วยค่าตัวประมาณ 10 ล้านปอนด์เพียงคนเดียว และนอกนั้นเป็นการซื้อเข้าทั้งหมด

เวสต์แฮม ยูไนเต็ดไปได้นักเตะฟรีอย่างแจ็ค วิลเชียร์ กองกลางจากอาร์เซน่อลที่หมดสัญญากับต้นสังกัดพอดี ทำให้ถูกเวสต์แฮมดึงตัวมาร่วมทีม และไรอัน เฟรเดริค แบ็คขวาจากฟูแล่มด้วยที่ไม่ต้องเสียค่าตัว แต่นอกนั้นพวกเขาต้องจ่ายหนักทีเดียว โดยหมดไปถึง 34 ล้านปอนด์กับการคว้าตัวเฟลิเป้ อันแดร์สัน ปีกชาวบราซิเลี่ยนมาจากลาซิโอ ซึ่งนักเตะรายนี้เคยเป็นเป้าหมายของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคที่มีหลุยส์ ฟาน กัลคุมทีมอยู่ด้วย นอกนั้นยังมีอิสซ่า ดิออป กองหลังดาวรุ่งจากตูลูสถึง  22 ล้านปอนด์ อังเดร ยาโมเลนโก้ ปีกทีมชาติยูเครนจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์อีก 18 ล้านปอนด์ ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ ผู้รักษาประตูทีมชาติโปแลนด์จากสวอนซี ซิตี้ที่ตกชั้นอีก 7 ล้านปอนด์ รวมถึง 2 นักเตะที่ได้มาในช่วงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะอย่างคาร์ลอส ซานเชซ กองกลางตัวตัดเกมทีมชาติโคลอมเบียจากฟิออเรนติน่า และลูคัส เปเรซ กองหน้าชาวสเปนของอาร์เซน่อลที่แทบไม่ได้ลงสนามในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมเลย

เวสต์แฮม

การซื้อนักเตะรอบนี้ของเวสต์แฮม ยูไนเต็ดถือว่าสามารถยกระดับทีมได้ดีทีเดียว และพวกเขาถูกมองว่าจะเป็นทีมอันดับที่ 7 ของตารางพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้เท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าพวกเขาถูกมองว่าจะเป็นทีมแรกที่ต่อจากอันดับ 1-6 ของทีมระดับบิ๊ก 6 นั่นเอง ทั้งตัวนักเตะใหม่ที่เข้ามาผสมกับนักเตะที่มีอยู่แล้ว รวมถึงกึ๋นของกุนซืออย่างเปเยกรินี่ด้วยแล้ว ทำให้ปีนี้เวสต์แฮมน่าจะทำผลงานได้ดีทีเดียว และคงไม่ต้องไปลุ้นหนีตกชั้นเหมือนปีก่อนๆ ด้วย

สรุปตลาดซื้อขายทีมฟูแล่ม

สรุปตลาดซื้อขายทีมฟูแล่ม

ถือว่าเป็นทีมที่สร้างความเซอร์ไพรซ์ได้มากที่สุดในตลาดซื้อขายนักเตะของทีมจากพรีเมียร์ลีกรอบนี้ เนื่องจากทีม “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม ที่กลายเป็นทีมแรกที่เป็นน้องใหม่แล้วใช้เงินซื้อนักเตะในช่วงหน้าร้อนด้วยจำนวนเงินเกิน 100 ล้านปอนด์ และยังได้นักเตะเข้ามาเสริมทีมเกิน 1 โหลด้วยซ้ำ ซึ่งถือว่ามากทีเดียว และถูกมองว่าไม่ได้เป็นการซื้อมาแบบส่งๆ แต่อย่างใด โดยแต่ละรายนั้นถือว่ามีดีกรีติดพ่วงมาด้วย และไม่ธรรมดาทั้งนั้น นอกจากนั้นยังรวมกับนักเตะเก่าที่เป็นดาวรุ่งอย่างไรอัน แซสเซญง ปีกซ้ายดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการฟุตบอลอังกฤษอยู่ในทีมด้วย

ฟูแล่ม

สลาวิซ่า โยคาโนวิช ผู้จัดการทีมชาวเซอร์เบีย ที่เคยมาคุมเมืองทอง ยูไนเต็ดอยู่พักหนึ่งด้วยได้ชาฮิด ข่าน เจ้าของสโมสรชาวอเมริกันหนุนหลังอย่างเต็มที่ในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ โดยพวกเขาใช้เงินไปทั้งสิ้น 105 ล้านปอนด์ และได้นักเตะเข้ามาเสริมทีมทั้งหมด 12 คนด้วยกัน โดยแบ่งเป็นการยืมตัวมา 5 คนคืออังเดร ชูร์เล่ ตัวรุกอดีตทีมชาติเยอรมันจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ เซร์คิโอ ริโก้ นายประตูชาวสเปนจากเซบีญ่า ทิโมธี โฟซู เมนเซ่าห์ กองหลังดาวรุ่งจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาลั่ม แชมเบอร์ส กองหลังจากอาร์เซน่อล และลูเซียโน่ เวียตโต้ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์จากแอตเลติโก มาดริด โดยมีเพียงชูร์เล่เท่านั้นที่พวกเขายืมตัวมาก่อน นอกนั้นที่ยืมตัวมาเป็นการดีลในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะทั้งสิ้น

ในส่วนของการซื้อขาดนั้นมีทั้งหมด 7 คน โดยคนที่เป็นไฮไลท์มากที่สุดก็คือฌอง มิเชล เซรี กองกลางทีมชาติไอวอรี่ โคสต์มาจากนีซ ทีมในลีก เอิงของฝรั่งเศสได้ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ดาวเตะวัย 26 ปีเคยมีข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปเลยด้วยซ้ำ ทั้งกับบาร์เซโลน่า และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วย แต่สุดท้ายกลับมาจบกับฟูแล่มได้อย่างน่าตกใจทีเดียว นอกจากนั้นก็มีอเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช กองหน้าทีมชาติเซอร์เบียจากนิวคาสเซิ่ล 18 ล้านปอนด์ อัลฟี่ มอวสัน กองหลังจากสวอนซี ซิตี้ 15 ล้านปอนด์ และนักเตะที่มาในช่วงชั่วโมงสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้อย่างอังเดร ซอมโบ้ อังกุสซ่า กองกลางตัวรับชาวแคเมรูนจากโอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยค่าตัวถึง 22 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งดาวเตะวัย 22 ปีอยู่ในชุดที่โอลิมปิก มาร์กเซยได้รองแชมป์ยูโรป้า ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย โดยจาก 12 คนที่ดึงตัวมาร่วมทีม พวกเขาเน้นไปกับกองหลังถึง 5 คนเลยทีเดียว

สรุปตลาดซื้อขายทีมเอฟเวอร์ตัน

สรุปตลาดซื้อขายทีมเอฟเวอร์ตัน

“ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ได้ปลดกุนซืออย่างแซม อัลลาไดซ์ออกจากตำแหน่งไปทันที หลังจากพาเอฟเวอร์ตันรอดพ้นจากการตกชั้นได้อย่างง่ายดายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทำการแต่งตั้งมาร์โก ซิลวา กุนซือชาวโปรตุเกสที่พวกเขาหมายปองว่าจะให้มาคุมทีมตั้งแต่ซิลวาคุมทีมวัตฟอร์ดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นถึงขั้นมีเรื่องบาดหมองกันด้วย ระหว่างเอฟเวอร์ตันกับทางวัตฟอร์ด เนื่องจากหลังได้รับความสนใจจากเอฟเวอร์ตัน ทำให้มาร์โก ซิลวาไม่มีสมาธิการทำงานในถิ่นวิคาเลจ โร๊ดอีกเลย และทำให้ทีมผลงานแย่ลงเรื่อย และทำให้สุดท้ายวัตฟอร์ดต้องยอมปลดจากตำแหน่งตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา

เอฟเวอร์ตัน

หลังจากการมาของกุนซือวัย 41 ปี งานแรกของเขาคือการพยายามดึงตัวริชาร์ลิซอน ตัวรุกชาวบราซิเลี่ยนจากวัตฟอร์ดมาค้าแข้งในถิ่นกูดิสัน ปาร์คให้ได้ เนื่องจากเป็นนักเตะที่เขาต้องการใช้งาน และริชาร์ลิซอนสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในตอนที่มีมาร์โก ซิลวาเป็นผู้จัดการทีม ซึ่งก็ได้ตัวดาวเตะวัย 21 มาร่วมทีมเอฟเวอร์ตันได้สำเร็จ แต่ก็ถูกทีม “แตนอาละวาด” โขกค่าตัวไปสูงถึง 40 ล้านปอนด์เลยทีเดียว และหลังจากนั้นพวกเขาก็พยายามมองหานักเตะในตำแหน่งแผงหลังต่อ โดยตกเป็นข่าวกับหลายรายทั้งเยอร์รี่ มิน่า และมาร์กอส โรโอ กองหลังทีมชาติอาร์เจนติน่าจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วย แต่พวกเขาไปค้าตัวลูก้าส์ ดีญ แบ็คซ้ายอดีตทีมชาติฝรั่งเศสมาจากบาร์เซโลน่าด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ และพวกเขาก็ไม่ได้นักเตะเข้ามาร่วมทีมอีกเลย จนกระทั่งวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ

เอฟเวอร์ตันเป็นทีมที่มีความวุ่นวายมากที่สุดทีมหนึ่งในตลาดซื้อขายนักเตะวันสุดท้าย พอๆ กับทางฟูแล่ม เนื่องจากพวกเขาจัดการคว้านักเตะเข้ามาเสริมทีมถึง 4 คน โดยมีแบร์นาร์ด ปีกร่างเล็กชาวบราซิล ที่ได้มาแบบไม่มีค่าตัว และหลังจากนั้นก็ตามมาด้วยเยอร์รี่ มิน่า และอังเดร โกเมซ 2 นักเตะจากบาร์เซโลน่า โดยมิน่า กองหลังทีมชาติโคลอมเบียเป็นการซื้อขาดด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ส่วนโกเมซ กองกลางชาวโปรตุกีสเป็นการยืมตัวเท่านั้น และหลังจากนั้นเอฟเวอร์ตันยังสามารถยืมตัวคูร์ต ซูม่า กองหลังชาวฝรั่งเศสมาจากเชลซีได้อีก 1 ฤดูกาลด้วย ทำให้ตลาดซื้อขายนักเตะในรอบนี้สำหรับเอฟเวอร์ตันถือว่าไม่เลวทีเดียว โดยเฉพาะริชาร์ลิซอน และเยอร์รี่ มิน่า ที่ถือว่าอาจจะเป็นอนาคตของทีมในระยะยาวได้เลยทีเดียว

สรุปตลาดซื้อขายทีมเชลซี

ตลาดซื้อขายทีมเชลซี

เชลซีกลายเป็นทีมที่มีการดำเนินการช้าที่สุดในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ ซึ่งปัญหาเกิดจากการที่พวกเขาไม่ยอมปลดอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนเก่าออกจากตำแหน่ง ทั้งๆ ที่มีเรื่องบาดหมางมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะพาทีมได้แชมป์เอฟเอ คัพส่งท้ายก็ตาม ซึ่งกว่าที่พวกเขาจะมาปลดก็เมื่อต้นเดือนกรกฏาคมที่บรรดาทีมต่างๆ ไปเก็บตัวทำการพรีซีซั่นกันหมดแล้ว และพวกเขาก็แต่งตั้งเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนวัย 59 ปีเข้ามาแทนที่ทันที ซึ่งการมาของซาร์รี่ทำให้พวกเขาเจรจาได้ตัวจอร์จินโญ่ กองกลางตัวเก่งจากนาโปลีติดมาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการดำเนินการที่รวดเร็ว และตัดหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้สำเร็จด้วย ทั้งๆ ที่ทีม “เรือใบสีฟ้า” ติดต่อขอซื้อดาวเตะวัย 26 ปีมานานร่วมเดือนแล้ว แต่หลังจากนั้นมาที่ซาร์รี่พยายามจะทดลองนักเตะที่เขามีอยู่ในมือก่อน และให้โอกาสนักเตะทุกคนได้ลงสนามในเกมอุ่นเครื่อง และศึก ICC ที่ผ่านมาแล้ว แต่ว่าก็มาเกิดปัญหาเนื่องจากมีนักเตะอยากย้ายออกจากทีมหลายคน โดยเฉพาะธิบอต์ กูร์ตัวส์ นายปะรตูทีมชาติเบลเยี่ยม ที่แสดงความจำนงอยาก้ายไปร่วมทีมเรอัล มาดริดในซัมเมอร์นี้ เนื่องจากอยากย้ายไปอยู่ใกล้กับลูกสาวของเขาด้วย รวมถึงเอแดน อาซาร์ เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งของทีมก็ให้คำใบ้มาตลอดว่าอยากย้ายไปค้าแข้งกับเรอัล มาดริด และวิลเลี่ยน ปีกบราซิเลี่ยนก็ถูกบาร์เซโลน่ายื่นข้อเสนอขอซื้อตัวไปร่วมทีม ซึ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ถาโถมเข้าใส่กุนซือคนใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ยังแทบไม่ได้ซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมด้วยซ้ำ

ตลาดซื้อขายทีมเชลซี

ซึ่งสุดท้ายธิบอต์ กูร์ตัวส์ ก็แข็งข้อด้วยการไม่มาซ้อมกับทีมในช่วงเดือนสิงหาคม ทำให้สุดท้ายสโมสรต้องตัดใจขายออกจากทีมไปให้เรอัล มาดริดในที่สุด และพวกเขาก็ไปขอยืมตัวมาเตโอ โควาวิช กองกลางทีมชาติโครเอเชียมาเป็นการตอบแทน เพื่อจะเอามาเล่นกับจอร์จินโญ่ และเอ็นโกโล่ ก็องเต้ในแดนกลาง ส่วนตำแหน่งประตูมือ 1 พวกเขาต้องแก้ไขด้วยการทุ่มเงินถึง 80 ล้านยูโรเพื่อเป็นค่าฉีกสัญญาของเกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติสเปนจากแอตเลติก บิลเบามาร่วมทีม ซึ่งกลายเป็นผู้รักษาประตูที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกทันที ซึ่งสิ่งดีของเชลซีในตลาดซื้อขายรอบนี้คือเขายังสามารถรั้งเอแดน อาซาร์ และวิลเลี่ยนให้อยู่กับทีมต่อไปได้

สรุปตลาดซื้อขายทีมอาร์เซน่อล

ตลาดซื้อขายทีมอาร์เซน่อล

อาร์เซน่อลเป็นทีมที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้ เมื่อพวกเขาต้องเสียอาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือผู้สร้างระบบหลายๆ อย่างของสโมสรออกไป และเปลี่ยนมาเป็นอูไน อเมรี่ กุนซือหนุ่มชาวสเปนแทน ซึ่งอาร์เซน่อลทำการล้างระบบใหม่หมด โดยการตั้งผู้อำนวยการกีฬามาเพิ่ม และอื่นๆ อีกหลายอย่าง แต่พวกเขาก็ถือว่าเสริมทีมได้เร็วทีเดียว ทั้งได้ตัวสเตฟาน ลีชสไตเนอร์ แบ็คขวาตัวเก๋าจากยูเวนตุสมาแบบไม่มีค่าตัว ลูคัส ตอร์ไรร่า กองกลางตัวตัดเกมทีมชาติอุรุกวัยจากซามพ์โดเรีย ด้วยค่าตัวถึง 22 ล้านปอนด์ รวมถึงโซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส กองหลังทีมชาติกรีซจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ด้วย รวมถึงแบรนด์ เลโน่ นายประตูจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นในเยอรมัน ที่จะเข้ามาแย่งมือ 1 กับปีเตอร์ เช็กในฤดูกาลนี้ ซึ่งเป้าหมายของพวกเขาคือการที่จะพาทีมกลับมามีลุ้นแชมป์อีกครั้งในฤดูกาลนี้ หลังจากที่พวกเขาต้องหลุดไปเป็นทีมที่ได้ลุ้นแค่เพียงอันดับท็อปโฟร์ในช่วงหลายฤดูกาลหลัง แต่พวกเขากลับถูกมองว่าการเสริมทัพแค่นี้ไม่น่าจะเพียงพอที่จะทำให้อาร์เซน่อลกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้งได้ในฤดูกาลนี้

อาร์เซน่อล

ตัวผู้เล่นที่มีอยู่ของอาร์เซน่อลที่เป็นมรดกมาจากอาร์เซน เวนเกอร์เมื่ฤดูกาลที่แล้ว ถือว่าไม่ได้ขี้เหร่นัก โดยเฉพาะในแนวรุกที่พวกเขามี 2 ยอดกองหน้าของยุโรปอย่างปิแอร์ อเมริค โอบาเมยัง ที่ซื้อมาจากโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ และอเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ กองหน้าอดีตทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งถือว่ามีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวประจำลีกก่อนย้ายมาอยู่กับอาร์เซน่อลด้วย แถมยังมีเมซุต โอซิล เพลย์เมคเกอร์ที่มีปัญหากับทีมชาติเยอรมันจนต้องประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้เขาสามารถโฟกัสกับการเล่นให้อาร์เซน่อลอย่างเต็มที่ แถมยังมีเฮนริค มคิทาร์ยาน เพลย์เมคเกอร์กัปตันทีมชาติอาร์เมเนียอยู่ในทีมด้วย ซึ่งพวกเขาแทบไม่เสียผู้เล่นตัวหลักออกจากทีมไปเลย โดยมีเพียงดาวิด ออสปิน่า ผู้รักษาประตูมือ 2 เมื่อปีที่แล้วไปให้กับทีมในตุรกี และแพร์ แมร์เตซัคเกอร์ ปราการหลังทีมชาติเยอรมันที่ประกาศเลิกเล่น และหันมารับหน้าที่โค๊ชแล้ว โดยก่อนหน้าตลาดนักเตะจะปิดลง อาร์เซน่อลมีข่าวกับอุสมาน เดมเบเล่ ปีกดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศสของบาร์เซโลน่าด้วย แต่ด้วยค่าตัวที่สูงเกิน ทำให้อาร์เซน่อลต้องพลาดได้ตัวในที่สุด และคงต้องดูแนวโน้มการคุมทีมของอูไน อเมรี่ในฤดูกาลนี้ไปก่อน ว่าจะดีกว่าในยุคก่อนหน้านี้หรือไม่

สรุปตลาดซื้อขายทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

สรุปตลาดซื้อขายทีมท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ไม่มีการซื้อนักเตะเข้าสู่ทีมหลังจากที่มีการตั้งระบบตลาดซื้อขายแบบใหม่ขึ้นมา สำหรับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเหล่าเกจิต่างมองว่าเป็นเพราะพวกเขาน่าจะถังแตกจากการเอาเงินไปลงทุนสร้างสนามที่มันมีงบประมาณบานปลายไปเท่าตัว จนทำให้พวกเขาไม่เหลืองบประมาณในการให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ซื้อหานักเตะเข้ามาเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งก่อนหน้านี้กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมาว่าเขาอยากได้นักเตะเข้ามาเสริมทีมอยู่ แต่หลังจากที่พวกเขาไม่ได้นักเตะคนใดเลย ก็ต้องมาเปลี่ยนคำสัมภาษณ์ใหม่ว่าเขาพอใจกับผู้เล่นที่มีอยู่ในเวลานี้

ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

ทีม “ไก่เดือยทอง” แทบไม่มีข่าวกับนักเตะคนใดเป็นชิ้นเป็นอันเลยในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเคยตกเป็นข่าวลือกับวิลฟรีด ซาฮา ตัวรุกของคริสตัล พาเลซ ที่ถูกตั้งราคาไว้สูงถึง 70 ล้านปอนด์ ซึ่งตามสไตล์ของดาเนี่ยล เลวี่ ประธานสโมสรของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์แล้วก็ทราบได้ทันทีว่าราคานี้พวกเขาไม่กล้าทุ่มซื้ออย่างแน่นอน และในช่วงก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดตัวลงไม่นาน พวกเขามีข่าวว่าได้ยื่นข้อเสนอ 25 ล้านปอนด์ให้กับแอสตัน วิลล่า เพื่อขอซื้อตัวแจ็ค กรีลิช กองกลางตัวรุกดีกรีทีมชาติอังกฤษชุดยู 21 มาร่วมทีม แต่ว่าก็ถูกปฏิเสธข้อเสนอมาในที่สุด ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่าข้อสันนิฐานที่ว่าพวกเขาไม่มีงบเหลือในการซื้อนักเตะจะเป็นความจริง

สิ่งเดียวที่ดีของทท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ในตลาดการซื้อขายนักเตะรอบนี้คือการสามารถเก็บโทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ ปราการหลังทีมชาติเบลเยี่ยมวัย 29 ปีให้อยู่กับทีมต่อไปได้ ทั้งๆ ที่ตกเป็นข่าวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอย่างหนักตลอดทั้งซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งเขายังเหลือสัญญากับทีมอีก 1 ปีและสามารถขยายสัญญาเพิ่มได้อีก 1 ปีด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเก็บนักเตะตัวหลักไว้กับทีมได้หมด แต่ก็ไม่มีนักเตะใหม่เข้ามาให้กระชุ่มกระชวยแฟนบอลซักรายเดียว และคงต้องลุ้นฟอร์มลูคัส มูร่า ปีกชาวบราซิเลี่ยนที่ซื้อมาเป็นคนล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาแทน และเตรียมตื่นเต้นกับการที่จะเปิดสนามเหย้าแห่งใหม่ในช่วงปลายปีนี้ดีกว่า แล้วค่อยว่ากันใหม่ในช่วงเดือนมกราคม หรือช่วงปิดฤดูกาลที่ตลาดนักเตะจะเปิดอีกครั้งแทน ว่าถึงตอนนั้นพวกเขาจะมีเงินมาให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ใช้จ่ายหรือไม่

สรุปตลาดซื้อขายทีมหงส์แดงลิเวอร์พูล

สรุปตลาดซื้อขายทีมหงส์แดงลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล

ถือว่าเป็นทีมที่ซื้อนักเตะได้ดีที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้เลยทีเดียว จากการวิเคราะห์ของนักวิจารณ์คนดังต่างๆ ที่ให้ว่าเป็นการซื้อที่ยอดเยี่ยมในรอบหลายๆ ปีเลยทีเดียว โดยลิเวอร์พูลที่หลังจากพลาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการพ่ายให้กับเรอัล มาดริด 1-3 ทำให้เจอร์เก้น คล็อปป์ เร่งทำการบ้านเรื่องการเสริมทัพและพรีซีซั่นของฤดูกาลต่อไปทันที โดยพวกเขาได้ตัวนาบี เกต้า กองกลางทีชาติกินีมาจากอาเบ ไลป์ซิก ทีมจากบุนเดสลีก้า เยอรมันที่ตกลงกันมาได้ก่อนหน้านี้แล้ว โดยค่าตัวสูงเกิน 50 ล้านปอนด์ด้วยซ้ำ และต่อมาพวกเขาก็คว้าตัวฟาบินโญ่ นักเตะสารพัดประโยชน์ชาวบราซิเลี่ยนจากโมนาโก ที่สามารถเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวรับ แบ็คขวา หรือว่าเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟก็ได้ และหลังจากนั้นพวกเขาก็มีข่าวกับนาบิล เฟคีร์ ตัวรุกทีมชาติฝรั่งเศสจากโอลิมปิก ลียงมาโดยตลอด แต่ดีลการคว้าตัวดันล่มไปเสียก่อน และหลังจากจบฟุตบอลโลกไม่นาน ที่ช่วงนั้นทีมได้ทำการอุ่นเครื่องไปเรียบร้อยแล้ว และฟอร์มของลอริส คาริอุส ที่คาดว่าจะได้เป็นมือ 1 ของทีมต่อดันเกิดมีความผิดพลาดขึ้นอีก ทำให้กุนซือชาวเยอรมันตัดสินใจไปสอยอลิสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือ 1 ทีมชาติบราซิลจากโรม่ามาแทน ซึ่งกลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลกในตอนนั้นด้วย ซึ่งค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 70 ล้านยูโร และหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ซื้อเซอร์ดาน ชากิรี่ ตัวรุกร่างเล็กชาวสวิตเซอร์แลนด์จากสโต๊ค ซิตี้มาร่วมทีม ค้วยค่าตัวเพียง 13 ล้านปอนด์เท่านั้น เนื่องจากสโค๊คต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกไปเล่นในแชมเปี้ยนชิปฤดูกาลนี้ด้วย

นักเตะที่ลิเวอร์พูลซื้อตัวมาในช่วงซัมเมอร์นี้มีมูลค่าเกิน 170 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าเป็นทีมที่ใช้เงินมากที่สุดในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ แต่ถือว่าพวกเขาได้นักเตะตามที่ต้องการ และถือว่าเป็นกาแก้จุดอ่อนของพวกเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้ทั้งหมดด้วย โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้รักษาประตูที่เป็นจุดผิดพลาดที่ทำให้พวกเขาพลาดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกด้วย รวมถึงแดนกลางห้องเครื่องที่ทีมขาดหายไปนานหลังจากปล่อยสตีเว่น เจอร์ราร์ดออกจากทีมไป ซึ่งพวกเขาก็ไปได้นาบี เกต้ามาแทนแล้ว และตัวสแตนด์บายในแดนหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างเซอร์ดาน ชากิรี ที่เขาสามารถหมุนเล่นแทน 3 ประสานในแดนหน้าได้ทั้งหมด ทำให้ลิเวอร์พูลมีความลงตัวขึ้นมาก และถูกมองว่าจะเป็นคู่แข่งในการแย่งแชมป์ลีกฤดูกาลนี้ด้วย

สรุปตลาดซื้อขายทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

สรุปตลาดซื้อขายทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือเป็ป กวาดิโอล่าใช้งบประมาณไปกับการซื้อนักเตะในตำแหน่งกองหลังมากมายตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว รวมถึงเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาก็คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างง่ายดาย รวมถึงสร้างสถิติไว้อย่างมากมาย ทั้งการเป็นทีมที่มีคะแนนสูงสุดในประวัติศาสตร์ และทำประตูต่อฤดูกาลได้มากที่สุดอีกด้วย ซึ่งทีมของกุนซือชาวสเปนลงตัวอยู่แล้ว แต่พวกเขากำลังมองหากองกลางเพื่อที่จะเข้ามาทดแทนแฟร์นานดินโญ่ กองกลางตัวรับทีมชาติบราซิลที่กำลังโรยลาลงไปทุกขณะ โดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้มองหานักเตะในตำแหน่งนี้มาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมแล้ว โดยได้เล็งเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ไว้ หลังจากประทับใจฟอร์มที่ทั้ง 2 ทีมพบกันในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ว่าดันถูกทีมดังของยูเครนโก่งราคาค่าตัวไปสูงเกิน ทำให้มีการเจรจากันอยู่นาน และล่วงเลยมาถึงช่วงปิดฤดูกาล และสุดท้ายเป็นคู่ปรับร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ตัดหน้าคว้าตัวไปร่วมทีมในที่สุด

จอร์จินโญ่

ทำให้พวกเขาหันไปสนใจคว้าตัวจอร์จินโญ่ กองกลางทีมชาติอิตาลีเชื้อสายบราซิลจากนาโปลีแทน โดยมีการติดต่อกันตั้งแต่ก่อนเริ่มฟุตบอลโลกด้วยซ้ำ และดูเหมือนนักเตะจะสนใจย้ายมาร่วมทีมหลังจากมีการพูดคุยกับเป็ป กวาดิโอล่าด้วย แต่สุดท้ายกลับมีการหักมุมเกิดขึ้นเมื่อเชลซีดันไปแต่งตั้งเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่ทำงานร่วมกับจอร์จินโญ่มา 3 ปีที่นาโปลี และเหมือนเป็นคนปลุกปั้นเขาให้กลายเป็นนักเตะชั้นยอด ทำให้สุดท้ายกองกลางวัย 26 ปีตัดสินใจย้ายตามเจ้านายเก่าไปที่เชลซีด้วย ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ตอนนั้นได้ติดต่อคว้าตัวริยาด มาห์เรซ ตัวรุกทีมชาติแอลจีเรียจากเลสเตอร์ ซิตี้ไว้ และเกือบได้ย้ายทีมมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมแล้วด้วย สุดท้ายพวกเขาก็ได้ตัวมาในที่สุด ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติของสโมสรถึง 60 ล้านปอนด์ ซึ่งนอกจากมาห์เรซแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังมาได้นักเตะดาวรุ่งในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายด้วย คือฟิลิปป์ แซนด์เลอร์ ปราการหลังวัย 21 ปีจากฮอลแลนด์ และดาเนี่ยล อาร์ซานี่ ปีกดาวรุ่งทีมชาติออสเตรเลียวัย 19 ปีจากเมลเบิร์น ซิตี้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการซื้ออนาคตเพื่อหวังจะกลายมาเป็นตัวหลักของทีมในภายภาคหน้า

อันที่จริงแล้วเป็ป กวาดิโอล่า ยังคงต้องการมิดฟิลด์ตัวรับอีก 1 คน แต่ในเมื่อพวกเขาพลาดทั้งเฟร็ด และจอร์จินโญ่แล้ว ทำให้นักเตะที่เหลือดูเหมือนจะไม่ตรงสเป็คที่เขาต้องการ ทำให้คงต้องรอตลาดนักเตะในรอบต่อไป

สรุปตลาดซื้อขายทีมแมนฯ ยูไนเต็ด รอบก่อนเปิดฤดูกาล

สรุปตลาดซื้อขายทีมแมนฯ ยูไนเต็ด รอบก่อนเปิดฤดูกาล

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นทีมที่ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะพวกเขาสร้างความหวือหวาได้เป็นอย่างดี เมื่อพวกเขาคว้าตัวเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลชุดทำศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาตั้งแต่ก่อนเริ่มฟุตบอลโลกด้วยซ้ำ หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยดิโอโก้ ดาโลต์ แบ็คขวาดาวรุ่งอนาคตไกลวัย 19 ปีจากเอฟซี ปอร์โต้มาอีก รวมถึงลี แกรนต์ นายประตูจอมเก๋าจากสโต๊ค ซิตี้ ที่พวกเขากะเข้าเอามาเป็นมือ 3 ของทีมต่อจากดาบิด เด เกอา และเซร์คิโอ โรเมโร่ ซึ่งถือว่าเป็น 3 คนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดซื้อได้อย่างรวดเร็ว และถือว่าน่าสนใจทีเดียว เนื่องจากเฟร็ด ที่ซื้อมาจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 53 ล้านปอนด์ เป็นนักเตะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้หมายปองมาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาแล้ว แต่ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถตัดหน้าคว้าตัวมาได้สำเร็จ ส่วนในรายของดิโอโก้ ดาโลต์นั้น โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัการทีมชาติเดียวกับดาโลต์ได้เคยให้สัมภาษณ์ว่าดาวเตะวัย 19 ปีรายนี้เป็นฟูลแบ็คที่ดีที่สุดในรุ่นอายุนี้เลยทีเดียว และเป็นที่สนใจจากบรรดายักษ์ใหญ่ในยุโรปด้วย ทำให้ทีมต้องตัดสินใจซื้อตัวมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ส่วนในรายของลี แกรนต์นั้นเคยเป็นมือ 2 ของแจ็ค บัตแลนด์ในทีมสโต๊ค ซิตี้มาก่อน และเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาก็ได้โอกาสในช่วงที่นายประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษบาดเจ็บ ซึ่งก็ทำผลงานได้ดีทีเดียว และเป้าหมายในการซื้อตัวมาร่วมทีมก็ค่อนข้างชัดเจนคือต้องการให้มาเป็นมือ 3 ของทีม เพื่อให้โจเอล เปไรร่า นายประตูดาวรุ่งได้ถูกปล่อยไปให้กับทีมอื่นยืมตัวเพื่อหาประสบการณ์

ลี แกรนต์

ดูเหมือนว่าช่วงแรกจะทำได้ตามเป้าหมายทั้งหมดสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสก็ยังให้สัมภาษณ์อยู่เสมอว่าเขาต้องการนักเตะในตำแหน่งกองหลัง และตัวรุกทางฝั่งขวาด้วย ทำให้พวกาเขามีข่าวกับนักเตะคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยในช่วงตลาดการซื้อขายที่ผ่าน แต่ด้วยยี่ห้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไปติดต่อซื้อคนไหน คนนั้นก็จะราคาสูงขึ้นทันที ทำให้บอร์ดบริหารไม่สามารถทำตามความต้องการของมูรินโญ่ได้ ทั้งแฮร์รี่ แม็คกวาย โทบี้ อัลเดอร์ไวรัลด์ หรือว่าวิลเลี่ยนก็ตาม และนักเตะคนอื่นๆ ที่เคยตกเป็นข่าวด้วยมากมาย ซึ่งผู้บริหารมองว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเนื่องจากนักเตะที่โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการนั้น ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานที่เหลือน้อยแล้ว และไม่แน่ว่ากุนซือชาวโปรตุกีสจะอยู่ในตำแหน่งอีกนานเท่าไหร่ด้วย ทำให้พวกเขาพลาดการคว้าตัวทั้งหมดในช่วงก่อนปิดตลาดนักเตะในวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา